ไม้กอล์ฟมือสอง

เนื้อหาในหมวด บทความ, กอล์ฟทิป |

สกู๊ปพิเศษวันนี้เป็นคำแนะนำที่จะช่วยคุณตัดสินใจเลือกใช้อาวุธได้Golf Expert กฎข้อที่ 4-4 ของกฎกติกากอล์ฟบอกไว้ชัดเจน ว่า “ในการเล่นกอล์ฟรอบหนึ่งๆ ผู้เล่นคนหนึ่งสามารถมีไม้กอล์ฟในถุงได้รวมกันไม่เกิน 14 อัน” แต่จากที่เรานับได้ มีไม้กอล์ฟแบบต่างๆให้คุณเลือกใช้ไม่ต่ำกว่า 22 อัน ดังนั้นจึงต้องมีการคิดว่าอันไหนบ้างที่เหมาะสมกับคุณที่สุด?


ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับฝีมือ สไตล์การเล่นของคุณ และสถานที่ๆคุณเล่น และเนื่องจากไม่มีอะไรที่ตัดสินใด้อย่างชัดเจน คุณจึงจำเป็นต้องทำการทดสอบและทดลองพอสมควรทีเดียว ซึ่งเราจะช่วยคุณประเมินชุดกอล์ฟของคุณเพื่อช่วยคุณประหยัดเวลาได้ และคำแนะนำของเรานี้ เราได้สรุปมาจากการพูดคุยกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ ผู้สอน ช่างไม้กอล์ฟ รวมทั้งผู้เล่นทั่วๆไปอีกมากมายเราแบ่งนักกอล์ฟออกเป็น นักกอล์ฟชายแฮนดี้แค็ปต่ำ นักกอล์ฟชายแฮนดี้แค็ปปานกลาง/นักกอล์ฟหญิงแฮนดี้แค็ปต่ำ นักกอล์ฟชายแฮนดี้แค็ปสูง/นักกอล์ฟหญิงแฮนดี้แค็ปปานกลาง และนักกอล์ฟหญิงแฮนดี้แค็ปสูง โดยไม่คำนึงถึงฝีมือของคุณ แต่จะบอกถึงจุดอ่อนและไม้ที่ควรเลือกใช้ และการเลือกไม้เพื่อชดเชยจุดอ่อนเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา

เพื่อให้ง่ายขึ้น เราจะตั้งสมมุติฐานก่อนว่านักกอล์ฟทุกคนเริ่มด้วยไม้ที่สำคัญที่สุด 4 อันด้วยกัน นั่นคือ พัทเตอร์ พิทชิ่งเวดจ์ แซนด์เวดจ์ และไม้สำหรับไดรฟ์ (หัวไม้ที่ยาวที่สุดที่คุณจะสามารถตีได้ด้วยความแน่นอน ซึ่งปรกติมักเป็นไดรฟ์เวอร์ หรือหัวไม้ 3) จากนั้นก็จะเติมตัวที่ขาดไม่ได้เข้าไปอีก นั่นคือ เหล็ก 6 ถึง เหล็ก 9 โดยสมมุติว่าคุณตีไม้เหล่านั้นได้ และได้ระยะที่แตกต่างกันตามที่ควรจะเป็น ต่อไปก็มาดูว่าคุณจะต้องใช้อะไรอีก

นักกอล์ฟชายแฮนดี้แค็ปต่ำ คุณเป็นนักกอล์ฟที่มีฝีมือ คุณย่อมรู้อยู่แล้วว่าอะไรใช้ได้ อะไรใช้ไม่ได้ ดังนั้นที่คุณต้องการก็แค่การปรับแต่งในรายละเอียดเท่านั้น เช่นเพิ่มไม้เข้าไปตัวหนึ่งเพื่อเติมระยะที่เป็นช่องว่าอยู่ ปรับแก้ลอฟท์ ตัดหรือต่อความยาวของก้าน เป็นต้น

เหล็ก : ถ้าแฮนดี้แค็ปคุณตั้งแต่ 5 ลงมา ให้ลองใช้ เหล็ก 1 ทีออฟในหลุมพาร์สี่แคบ และหลุมพาร์ห้าที่ต้องเล่นสามช้อทถึงกรีน ไม่เช่นนั้นก็ข้ามข้อนี้ไป

เวดจ์ : อย่างน้อยควรมีสามอัน แต่ละอันมีลอฟท์ต่างกันสี่องศา ถ้าคุณเล่นเวดจ์ครึ่งวงได้ดี ก็ควรใช้ลอบเวดจ์ เพราะมันจะช่วยให้คุณตีลูกสั้นๆเต็มวงได้

หัวไม้ : มีหัวไม้แฟร์เวย์อย่างน้อยอันหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็น หัวไม้ 3 เพื่อช่วยลูกไดรฟ์ให้แน่นอนขึ้น และเพื่อลุยช้อทแอ็พโพรชยาวๆ

นักกอล์ฟชายแฮนดี้แค็ปปานกลาง/ นักกอล์ฟหญิงแฮนดี้แค็ปต่ำ คุณไม่ได้เล่นเกมแบบเดียวกับพวกทัวร์โปร หรือผู้ชายที่แฮนดี้แค็ปต่ำๆ ดังนั้นชุดกอล์ฟของคุณก็ไม่ควรจะเลียนแบบจากพวกเขา ตัวอย่างเช่นคุณตีพลาดมากกว่าพวกเขา ดังนั้นจึงควรมีไม้ที่จะช่วยพาลูกออกจากปัญหาได้ง่ายๆ เช่นหัวไม้อเนกประสงค์ และเพิ่มเวดจ์เข้าไปอีก

เหล็ก : 4 ถึง 9 พร้อมกับไม้ไฮบริด 24 องศา ซึ่งอาจทำให้ดึง เหล็ก 4 ออกได้ด้วย

เวดจ์ : 48, 52, 56 องศา ให้ถามตัวเองว่า ‘ฉันพิทช์ลูกทะลุกรีนบ่อยไหม? ฉันพิทช์ข้ามบังเกอร์ไม่ค่อยได้หรือเปล่า?’ ถ้าตรงทั้งสองคำถาม ก็ควรมีลอบเวดจ์ แต่ก็ต้องเตือนไว้ด้วยว่าการใช้ลอบเวดจ์มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงเหมือนกัน จึงต้องซ้อมให้ดีก่อนที่จะใช้

หัวไม้ : ต้องใช้ ไม้ 7 แน่นอน อาจจะต้องมี ไม้ 9 ด้วย

นักกอล์ฟชายแฮนดี้แค็ปสูง/นักกอล์ฟหญิงแฮนดี้แค็ปสูง ในการเล่นคุณมักประสบปัญหาเรื่องพื้นฐาน จึงไม่ควรใช้อะไรที่ทรงพลังโดยเด็ดขาด แต่ควรใช้อะไรที่เล่นง่ายเอาไว้ก่อน

เหล็ก : 5 ถึง 9 และเอา เหล็ก 3 และ 4 ออกไปเลย เพราะมันไม่ช่วยอะไรเลยสำหรับวงที่สปีดต่ำ ยิ่งถ้าคุณเป็นคนตีแรง มันยังจะทำให้ไม่มีความแน่นอนเอาเลย

เวดจ์ : อย่างน้อยควรมีสามอัน แต่ละอันต่างกัน 4 องศา เริ่มโดยให้เวดจ์ตัวแรกองศาอ่อนกว่า เหล็ก 9 สี่องศา แล้วเติมเก็ปเวดจ์ และแซนด์เวดจ์ ต่อไป

หัวไม้ : ควรใช้หัวไม้แบบที่มีออฟเซ็ท รวมทั้ง ไม้ 7 และ ไม้ 9 ซึ่งขาดไม่ได้

นักกอล์ฟหญิงแฮนดี้แค็ปสูง คุณอาจไม่จำเป็นต้องมีไม้ถึง 14 อันก็ได้ จนกว่าคุณจะตีต่ำกว่า 100 ได้เสมอๆ และเริ่มจะตีขึ้นกรีนตามเร็กกูเรชั่นได้

เหล็ก : เหล็ก 5 ถึง 9 และเช็คระยะของคุณด้วย ถ้าคุณตีเหล็กสองหรือสามอันได้ระยะเดียวกัน ก็ควรเอาไปแค่เหล็ก 5, 7 และ 9 ก็พอ แล้วพอตีดีขึ้นก็หาไม้ไฮบริดมาใช้แทนเหล็กยาวต่อไป

เวดจ์ : มีพิทชิ่งและแซนด์ ก็พอ การมีลอบเวดจ์ก็ช่วยได้มาก แต่มันต้องการการฝึกใช้พอสมควร (รวมทั้งความแข็งแรงของข้อมือด้วย) คุณจึงจะหวังพึ่งมันได้ 

หัวไม้ : ควรจะทีออฟด้วยหัวไม้แฟร์เวย์ขนาด 15 หรือ 16 องศา จะเป็นการดีที่สุด ไม้ที่ลอฟท์มากขึ้นจะช่วยให้ลูกลอยหรือแครี่ไกลขึ้น มีสปินด้านข้างน้อย ดีกว่าไดรฟ์เวอร์ตามปรกติ นอกจากนั้นคุณจำเป็นจะต้องมี ไม้ 7 และ ไม้ 9 อย่างขาดไม่ได้ทีเดียว ถ้าได้ ไม้ 11 อีกอันก็จะยิ่งดี

โดย บ๊อบ ซอเออร์ฮาฟท์
บก.บห. Golf Magazine

Copyright© 2004-2009 www.108golfer.com